การส่งเสริมการเล่นกีฬาของเด็กน้อยในวัยเริ่มเรียนหนังสือ

กีฬาเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์มากมาย จนกระทรวงศึกษาธิการได้บรรจุไว้ให้เป็นหนึ่งในวิชาเรียนของหลักสูตรการศึกษาไทย ซึ่งทุกคนต้องเคยผ่านหลักสูตรนี้มาทั้งนั้น โดยเราอาจจะชอบบ้าง ไม่ชอบบ้าง ถนัดบ้างและไม่ถนัดบ้าง แตกต่างกันออกไปตามแต่ชนิดของกีฬา แต่ในทุก  ๆ ปีจะมีเด็กอยู่กลุ่มหนึ่งที่มีพรสวรรค์พิเศษในทักษะการเล่นกีฬาบางประเภท มีความชอบ เล่นได้ดีจนโดดเด่น และมีแววเป็นนักกีฬามืออาชีพได้เลย แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่บางครั้งเด็กกลุ่มนี้ก็ขาดการสนับสนุนจากผู้ปกครองในการฝึกฝนพัฒนาความสามารถที่มีอยู่ให้ก้าวหน้าต่อไปโดยที่ผู้ปกครองอาจจะไม่ทราบว่าประโยชน์ของการส่งเสริมทักษะทางกีฬาให้เด็กนั้นมีข้อดีต่าง ๆ แฝงอยู่อีกมากมาย

ข้อดีของการส่งเสริมการเล่นกีฬาสำหรับเด็กในวัยเริ่มเรียน

  1. เป็นการฝึกฝนการใช้กล้ามเนื้อให้เกิดความคุ้นชินกับการออกแรง ทำให้เด็กทรงตัวได้ดี
  2. เป็นการสอนให้เด็กรู้จักอดทนกับความเหนื่อย ฝึกความมีวินัยในกรณีที่ต้องมีการเล่นกีฬาเป็นกิจวัตรประจำวัน
  3. เป็นการเสริมสร้างพัฒนาการของร่างกายและการทำงานของสมองให้ประสานสัมพันธ์กัน
  4. เป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ได้
  5. ส่งเสริมการออกกำลังกายที่ช่วยให้ร่างกายในองค์รวมแข็งแรงขึ้น
  6. ช่วยฝึกการตัดสินใจ และจำลองการฝึกวางแผน
  7. ส่งเสริมการรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย จากการแข่งขันกีฬา
  8. เสริมสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ ทำให้ผู้เล่นในทีมมีความเห็นอกเห็นใจกัน สู้ไปด้วยกันไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันระหว่างสมาชิกในทีม กรณีเล่นกีฬาประเภททีม
  9. เป็นหนึ่งในตัวเลือกของการค้นหาความชอบและความถนัดในตนเอง
  10. สามารถใช้เป็นความสามารถพิเศษและเป็นใบเบิกทางในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นได้
  11. มีโอกาสได้รับทุนการศึกษา และการเดินทางท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ที่ใช้จัดการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ
  12. สามารถใช้เป็นอาชีพได้ในอนาคตหากค้นพบว่าตัวเองมีความถนัดและความชอบในกีฬาชนิดนั้น ๆ อย่างแท้จริง

หลายครั้งที่เด็กมีความสนใจและความถนัดทางกีฬาแต่ขาดการสนับสนุนจากผู้ปกครอง เพราะเห็นว่ากีฬานั้นเป็นเพียงกิจกรรมหนึ่งที่ต้องเข้าร่วม ไม่มีความสำคัญ ไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องให้การสนับสนุนเพิ่มเติม อีกทั้งยังคิดว่าการเรียนหนังสือภาคทฤษฎีในห้องเรียนนั้นสำคัญกว่ามาก จึงทำให้เด็กหลายคนขาดโอกาสในการพัฒนาทักษะความสามารถทางกีฬาที่ตนเองถนัด

เหนือสิ่งอื่นใดคือการเปิดโอกาสให้เด็กได้ลองทำในหลาย ๆ ด้าน รวมถึงกิจกรรมด้านกีฬา แล้วคอยสังเกตและถามว่าเด็กมีสนใจหรือความถนัดทางด้านกีฬาหรือไม่ หากเด็กไม่ถนัด ไม่ชอบ หรือทำได้ไม่ดี ก็ควรปล่อยให้เด็กให้ไปลองหาความชอบทางด้านอื่น แต่หากเด็กชอบ ถนัด และทำได้ดี ก็ควรให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสทำในสิ่งที่ตัวเองรัก หากผู้ปกครองหลายคนเปิดใจและให้โอกาสให้เด็กได้ลองเลือกเดินในเส้นทางสายกีฬามากขึ้น ไม่แน่ในอนาคตเราอาจมีนักกีฬาทีมชาติไทยคว้าเหรียญทองโอลิมปิกระดับโลกจากโอกาสที่เราเปิดให้ก็เป็นได้