“โยคะ” การออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับทุกเพศทุกวัย

โยคะเป็นหนึ่งในการออกกำลังกายที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ เนื่องจากเป็นการออกกำลังกายที่ปลอดภัยแม้แต่ในผู้ที่มีปัญหาโรคประจำตัว เช่น โรคกระดูกและข้อที่ไม่สามารถออกกำลังกายบางประเภท เช่น การวิ่งหรือการใช้แรงมาก ๆ ได้ นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับวัยรุ่นและคนวัยทำงานที่ไม่มีเวลาเดินทางไปออกกำลังกายนอกบ้าน หรือมีพื้นที่จำกัด เนื่องจากโยคะเป็นการออกกำลังกายที่สามารถทำได้เองที่บ้านและใช้พื้นที่ไม่มาก แถมยังเป็นการฝึกสมาธิไปในตัวได้อีกด้วย

ต้นกำเนิดของโยคะ

โยคะมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการปฏิบัติทางศาสนาที่รวมเอาร่างกายและจิตวิญญาณเข้าด้วยกัน มีการฝึกและถ่ายทอดวิชาต่อกันมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งในช่วงประมาณ 200 ปีก่อนคริสต์ศักราชหลักสูตรวิชาโยคะที่เป็นลายลักษณ์อักษรได้ถือกำเนิดตามมา โดยนักปราชญ์ชาวฮินดูนามว่า ปตัญชลี ซึ่งถือเป็นต้นแบบของหลักสูตรวิชาโยคะทั่วโลก จากนั้นไม่นานได้มีชาวตะวันตกรับเอาวิชาโยคะไปปฏิบัติและได้นำมาประยุกต์ใช้เป็นหนึ่งในการออกกำลังกาย โดยเน้นการยืดเหยียดและการค้างตามท่าทางเหล่านั้นไว้ระยะหนึ่งพร้อม ๆ กับการฝึกกำหนดจิตและลมหายใจให้สอดคล้องกับท่าทางเหล่านั้นโดยหวังผลให้เป็นการฝึกสมาธิไปในคราวเดียวกัน

โยคะในประเทศไทย

มีต้นกำเนิดมาจากฤาษีดัดตนและเป็นที่รู้จักกันตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งจะพบเห็นได้จากปฏิมากรรม ณ วัดโพธิ์ ที่ทำให้คนไทยรู้จักโยคะในแง่ของการรักษาโรคและแก้ไขอาการปวดเมื่อย กระทั่งแพร่หลายมากขึ้นในปี พ.ศ. 2499 โดยอาจารย์ชด หัสบำเรอ ที่ได้ไปเรียนวิชาโยคะจากประเทศอินเดียและริเริ่มให้มีการสอนโยคะเกิดขึ้นในประเทศไทย ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าไทยเรารับเอาโยคะดั้งเดิมมาจากประเทศอินเดียโดยตรงแต่เป็นโยคะเพื่อบำบัดโรคซึ่งแตกต่างจากเทรนปัจจุบันที่เป็นโยคะเพื่อการออกกำลังกายและสุขภาพ

ประโยชน์ของการเล่นโยคะ

แม้โยคะเพื่อสุขภาพที่หลายคนเข้าใจในปัจจุบันจะมีแตกต่างจากโยคะดั้งเดิมอยู่มาก แต่การเล่นโยคะสมัยใหม่นั้นก็ให้ประโยชน์กับร่างกายไม่น้อยไปกว่าโยคะแบบดั้งเดิมเลย โดยประโยชน์ที่ได้รับจากการออกกำลังกายด้วยโยคะมีดังนี้

  1. ช่วยเพิ่มการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตและหัวใจ
  2. ช่วยเพิ่มความทนทานและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  3. เพิ่มขีดความสามารถในการทำงานของเส้นเอ็น กระดูกและข้อต่อต่าง ๆ
  4. ช่วยลดความเสี่ยงของการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย เมื่อเทียบกับการออกกำลังกายในรูปแบบอื่น
  5. ทำให้สามารถออกกำลังกายได้สม่ำเสมอและต่อเนื่อง เนื่องจากโยคะเป็นการออกกำลังกายที่สามารถทำเองที่บ้านได้ ใช้พื้นที่ไม่มากและทำได้ทุกวัน โดยไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายเพียงแต่เลือกความหนักเบาให้เหมาะสม

จะเห็นได้ว่า “โยคะ” ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการออกกำลังกายที่น่าสนใจ ซึ่งถ้าใครยังไม่เคยได้ลองเล่นก็น่าจะลองดูสักครั้ง ทั้งนี้หากคุณพบว่าโยคะเป็นการออกกำลังกายที่คุณถูกใจแล้ว สุขภาพกายและจิตใจที่แข็งแรงก็จะไม่ใช่เรื่องไกลอีกตัวไป